Monthly Archives: February 2017

คุณมีวิธีเลือกซื้อแหวนเพชรยังไง ?

เป็นคำถามที่เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่จะเลือกซื้อแหวนเพชร ก็มักจะไม่ได้มีประสบการณ์หรือรู้วิธีเลือกซื้อแหวนเพชรมากนัก
คือชีวิตนี้คนส่วนใหญ่จะซื้อแหวนเพชรก็มีอยู่ 2 โอกาส คือซื้อแหวนหมั้น กับซื้อแหวนแต่งงาน ซึ่งนอกจากตัวแหวนเพชรจะมีความสำคัญขั้นสุดยอดแล้ว ราคาก็ยังสูงปี๊ดเสียจนไม่กล้าตัดสินใจซื้อกันง่ายๆ เลยทีเดียว
มาดูวิธีเลือกซื้อเพชรที่ง่ายกว่าที่คิดมากๆ แค่ 2 ขั้นตอนมาฝากกัน

  1. ร้านค้าดัง หรือคนรู้จักแนะนำ ไม่สู้ใบ CERTIFY !!

เนื่องจากคนส่วนใหญ่ดูเพชรไม่เป็น เราไม่มีทางส่องกล้องเข้าไปดูเพชรแล้วเข้าใจได้เลยว่าสรุปแล้วเพชรเม็ดนี้มันดีจริงป่าวหว่า ? สุดท้ายเราก็จะต้องฟังคนขาย หรือพ่อแม่พี่น้อง อาซิ่ม อาโกวที่พามาซื้อ ซึ่งเอาเข้าจริงก็ดูเพชรไม่เป็นเหมือนกันนั่นแหล่ะ เพราะงั้นวืธีง่ายสุดในการดูเพชร … ก็คือไม่ต้องดู !!

คือเราไม่ต้องดูเพชรครับ มันยากไป แต่เราดูสิ่งนี้ได้ นั่นคือใบ Certify ซึ่งใบนี้จะเป็นตัวระบุว่า เพชรเม็ดนี้มีคุณภาพดีแค่ไหน มีตำหนิตรงจุดไหนบ้าง ซึ่งองค์กรที่ออกใบ Certify นี้เป็นกลางน่าเชื่อถือได้ แนะนำควรมาจาก GIA

แต่ร้านค้าบางร้านจะใช้ลูกหลอกว่า “ถ้าซื้อแบบไม่มี Cer ราคาจะถูกลงนะ สนใจไหม ?”

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มี Cer หรือไม่มี Cer ราคา “เท่ากัน” เพียงแต่เป็นลูกเล่นในการบอกลดราคาเท่านั้นเอง เช่น เพชรราคา 50,000 บาท บางทีร้านอาจจะตั้งไว้เผื่อที่ 70,000 แล้วบอกลูกค้าว่า ถ้าเอาเม็ดนี้ ไม่มี Cer นะ ลดให้เหลือ 55,000 เลยสนใจไหม

  1. เลือกขนาดกะรัต ใหญ่ไว้ก่อนไม่ได้ดีเสมอไป
    ผู้ใหญ่มักจะชอบซื้อแหวนที่เพชรใหญ่ๆ ไว้ก่อน แน่นอนว่าขนาดของเพชรหมายถึงหน้าตาของครอบครัวด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เพชรเม็ดใหญ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพชรที่ดีนะจ๊ะ
    ซึ่งขนาดเพชรที่ทาง Ananta แนะนำ และเป็นขนาดยอดฮิต คือ 0.3 – 0.5 กะรัต (30 – 50 ตัง) ซึ่งใส่แล้วขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก และไม่แพงเกินไป

แต่ถ้าอยากได้เพชรเม็ดใหญ่เท่านี้ แต่งบไม่ถึง ? ควรจะทำยังไงดี ขอแนะนำให้ลองปรับความสวยงามของเพชรลง ซึ่งอยู่ในข้อต่อไปกันเลย

 

 

 

 

แผ่นซับเสียงสามาถนำไปใช้งานยังไงได้บ้างในปัจุบัน

เรื่องของเสียงที่ดังออกไปจากเสียงดนตรี มนุษย์ก็ยังได้ยินเสียงในธรรมชาติทั่วไปซึ่งบางครั้งเสียงที่มีความดังเกินไปก็อาจเป็นการรบกวนการดำเนินชีวิตได้ ในแวดวงวัสดุจึงได้มีการคิดค้นวัสดุแผ่นซับเสียงเพื่อการควบคุมเสียงขึ้น โดยทั่วไป ความแตกต่างของการใช้วัสดุแผ่นซับเสียงเพื่อควบคุมเสียงแบ่งเป็น 3 ลักษณะการใช้งาน ได้แก่

1. การดูดซับเสียง

2. การเก็บเสียง ซึ่งใช้สำหรับการควบคุมเสียงก้องและเสียงสะท้อนในห้องหรืออาคาร มีหลักการทำงานคือยอมให้เสียงผ่านเข้ามาในฉนวนและดูดซับพลังงานเสียง

3. การกันเสียง มีหลักการแตกต่างออกไปตรงที่จะไม่ยอมให้เสียงผ่านไปได้

วัสดุแผ่นซับเสียงทุกชนิดสามารถดูดซับเสียง ควบคุมเสียงสะท้อน และกันเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป วัสดุที่เป็นฉนวนดูดซับเสียงจะมีลักษณะเป็นเส้นใยหรือมีรูพรุนเพื่อให้เสียงเดินทางผ่านเข้าไปยังฉนวน ขณะเดียวกันก็จะดูดซับพลังงานเสียงไว้ส่วนหนึ่งทำให้เสียงที่ผ่านฉนวนออกมามีความแรงและคลื่นความถี่ลดลง ส่งผลให้เสียงนั้นเบาลงไปและพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นพลังความร้อนที่ถูกดูดซับเข้าไปจะแสดงในรูปของค่าสัมประสิทธิ์การลดเสียง หรือ Noise Reduction Coefficient (NRC) ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะระบุได้ถึงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ โดยทั่วไปค่า NRC จะต้องมากกว่า 0.40 จึงจะถือว่าเป็นวัสดุดูดซับเสียง

เนื่องจากวัสดุแผ่นซับเสียงมีส่วนประกอบของฟิล์มเส้นด้ายที่แบนและใส ทำให้ผ้ามีความโปร่งใสแต่ยังดูดซับคลื่นเสียงได้ และมีคุณสมบัติกันไฟลาม ไม่ซีดจาง คงทน ต้านทานการขัดถู อ่อนตัวดี และมีความเสถียรด้านขนาด โดยเส้นด้ายแบนจะถูกนำไปทอรวมกับด้ายขนปุยในกระบวนการเฉพาะของผู้ผลิต ทั้งยังนำไปตัดเย็บได้ตามปกติ เหมาะสำหรับติดตั้งผนังกั้นส่วน และไว้ติดผนังซับเสียง

กันสาดโพลีคาร์บอเนต

ปัญหาหนึ่งที่พบจากบ้านโครงการจัดสรร  หรือบ้านสั่งสร้างต่างๆ  ในปัจจุบัน     คือปัญหาความร้อนจากแสงแดด และปัญหาน้ำรั่วซึมที่ผ่านซึมเข้ามาจากทางหน้าต่าง และประตู

กันสาด”ก็เป็นหนึ่งในวิธี ยอดฮิตที่ทุกบ้านต่อเติมเอาไว้เป็นอย่างแรกๆ แต่ปัญหาที่ตามคือ ความมืดทึบและความอับชื้น ซึ่งเกิดจากมาตรการป้องกันบ้านจากความร้อนอย่างแน่นหนา โดยติดตั้งกันสาดคลุมบ้านจนหมด ทำให้การออกไปนั่งเล่นชมธรรมชาตินอกบ้านกลายเป็นเรื่องยาก

จะดีไหม หากมี กันสาด ที่ใช้ป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แถมยังสามารถเปิดพื้นที่นอกบ้านให้โปร่งโล่งได้ในบางครั้ง เพื่อทำกิจกรรมในสวนกับเขาบ้าง

กันสาดหรือแผงกันแดดประเภทที่เอามาติดเข้าที่ตัวบ้านในภายหลัง โดยมากมักจะต้องเป็นกันสาดหรือแผงกันแดดที่มีน้ำหนักเบา ๆ ยื่นยาวอกกมาได้ไม่มากนัก เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมโครงสร้างของบ้านไว้รองรับ เช่น พวกกันสาดอลูมิเนียม ไฟเบอร์กลาส ไปจนถึงระแนงไม้ และผ้าใบ พวกนี้ต้องมีการบำรุงรักษาและเปลี่ยนวัสดุบ้าง จะให้ดีควรต้องปรึกษาผู้รู้ก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันปัญหากับโครงสร้าง

กันสาดโพลีคาร์บอเนต แผ่นใสตัน   เป็นโพลีคาร์บอเนต แผ่นใสตัน(สีใส) มีคุณสมบัติพิเศษในการให้แสงส่องผ่านได้ 100% ความหนา 2 มม. นิยมติดตั้งบริเวณลานซักล้างที่ต้องใช้ ตากผ้า นิยมติดตั้งสลับกับแผ่นทึบแสงประเภทอื่น เนื่องจากแผ่นใส สามารถนำพาความร้อนเข้ามาใต้ชายคาได้มากกว่าแผ่นชนิดอื่นๆ อาจทำให้ใต้ชายคามีความร้อนสะสมอยู่ได้ ไม่มีคุณสมบัติในการเก็บเสียง

ปัญหาที่เกิดจากการจ้างบุคคลมารับบริหารอาคาร

proactivemanagemen              ส่วนใหญ่ปัญหาที่เราสามารถจะพบได้ ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกๆอาคารแหละค่ะ แต่หลักๆเราจะมาบอกให้รุ้กันนนี้เลยจะได้ไม่เสียเวลาและไม่สายเกินไปกว่าจะแก้นะจ้ะ
1. ปัญหาจากการที่ผู้ใช้อาคาร ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการใช้อาคาร เช่น ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น จอดรถในที่ห้ามจอด ใช้ทรัพย์สินส่วนกลางอย่างไม่ระมัดระวัง ถือเป็นปัญหาที่เบสิคมากจากที่ได้กล่าวมา เพราะเกิดขึ้นทุกที่เลยก็ว่าได้

  1. ปัญหาจากการต้องซ่อมแซมงานระบบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นประจำวันซึ่งเจ้าของอาคารจำเป็นต้องหาช่างที่เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านมาให้ได้ทันท่วงที เช่น ต้องหาช่างซ่อมท่อน้ำที่รั่วซึม ผนังร้าว ระบบไฟติดขัด ระบบแอร์เสีย เพราะหากเรามีช่างประจำแล้วการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจะหมดไป ไม่ต้องมาจ่ายมากจนเกินควร สามารถจะนำเงินที่เหลือไปพัฒนาอาคารให้ดีมากยิ่งขึ้น
  2. ปัญหาผู้เช่าไม่จ่ายค่าบริการส่วนกลางหรือล่าช้า ซึ่งเจ้าของอาคารต้องคอยตามทวงถามด้วยตัวเอง …ปัญหานี้จริงๆมีทางออกอยู่เยอะ คืออาจจะร่วมเข้าไปกับการจ่ายค่าเช่าห้องก็ได้ ถือเป้นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เมื่อไม่มีทางใด ก็คงต้องทางนี้จริงๆ

4.ปัญหาจากการบริหารบุคคลประจำอาคาร การทำผิดวินัย การว่าจ้างใหม่ การเลิกจ้าง ซึ่งมีกฎหมายของภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

  1. ปัญหา จากการควบคุมดูแลบริษัท ที่ทางอาคารว่าจ้างให้มาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าการว่าจ้าง เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย บริษัททำความสะอาด บริษัทกำจัดแมลง บริษัททำสวน

หลากหลายปัญหาล้วนต้องการทางแก้ หากเราแก้ได้ทุกสิ่งจะโอเคเอง เจอเราได้ที่ http://www.proactivemanagement.co.th นะคะ

 

เครื่องสแกนนิ้วมือแบบ USB

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ

 

นั้นเป็นอีกชนิดหนึ่งที่มองผ่านๆ อาจมีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์จำพวกเม้าท์ แต่มีเพีงแค่ตัว Fingerprint Scanner Sensor กับสาย USB เท่านั้น เครื่องอ่านลายนิ้วมือ ชนิดเชื่อมต่อ USB นี้ระยะเวลาหนึ่งนิยมมาใช้เป็นเครื่องอ่านลายนิ้วมือบันทึกเวลาการทำงานแบบตั้งโต๊ะ โดยใช้ง่ายๆเพียงต่อเข้ากับ USB Port ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเครื่องอ่านลายนิ้วมือที่มีคุณภาพสูง และดูมีระดับจึงเหมาะสมแม้กับการใช้งานอย่างหนักในสภาพแวดล้อมที่เป็น Office คือมีความสะอาดในระดับหนึ่งทั้งตัวผู้ใช้งาน และ สภาพแวดล้อม เนื่องจากเป็นแค่หัวอ่านอย่างเดียวตัวเครื่องจึงถูกออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัด จึงทำให้ประหยัดเนื่อที่บนโต๊ะทำงาน และมีการบุพื้นหลังด้วยยาง จึงป้องกันการลื่นไถลขณะใช้งานได้เป็นอย่างดี และไม่มีตัวจ่ายไฟแยก เครื่องสแกนกินไฟจาก USB Port ของคอมพิวเตอร์โดยตรง นั่นคือ คอมพิวเตอร์ต้องเปิดไว้ตลอดเวลา เครื่องสแกนนิ้วมือ ชนิดนี้ถึงจะทำงานได้ หากคอมพิวเตอร์ดับ หรือ ปิดโปรแกรมไปเครื่องจะหยุดทำงานทันที และเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ จึงต้องมีการติดตั้ง Driver ก่อนจึงะทำงานได้นั้นเอง ในส่วนตัวเลนส์ส่องสว่างด้วยแสงสีน้ำเงิน หรือสีแดง สีเขียว แล้วแต่ยี่ห้อ แล้วแต่รุ่น สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่แสงน้อย เมื่อต้องการใช้งาน ผู้ใช้เพียงวางนิ้วบนหน้าจอสัมผัส เครื่องอ่านจะทำการสแกนอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ และเมื่อมีแสงระพริบก็แสดงว่าลายนิ้วมือถูกสแกนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเครื่องจะทำการเข้ารหัสก่อนส่งผ่านข้อมูลทางสาย USB เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลลายนิ้วมือต้นแบบที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้บันทึกไว้ก่อนหน้า ก่อนที่จะแสดงผลผ่านโปรแกรมบน Monitor ของคอมพิวเตอร์ว่าผ่าน หรือ ไม่ผ่าน โดยอาจมีการแสดงผลอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น ชื่อ นามสกุล รูปถ่าย วัน เดือน ปี เวลา แล้วแต่ผู้พัฒนาโปรแกรม ซึ่งจุดเด่นของเครื่องสแกนนิ้วชนิดนี้อีกอย่างหนึ่งคือมีกจะ มีชุดพัฒนาหรือ SDK ให้มาด้วย เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมและสร้างฐานข้อมูลเชื่อมต่อกับเครื่องสแกนนิ้วเพื่อนำไปใช้งานในวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการได้ สามารถคลิ๊กเข้าดูได้ในลิงค์นี้  www.thaiannex.com